ข้อมูลล่าสุดยืนยัน เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เตรียมความพร้อมเข้าสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน

(ครูว์, 19 มีนาคม 2564) เบนท์ลีย์ มอเตอร์สเผยข้อมูลล่าสุดด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนสำหรับปฏิบัติการด้านการผลิตของโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ โดยข้อมูลเหล่านี้ ทำให้เบนท์ลีย์ มอเตอร์สเข้าใกล้ความเป็นผู้ผลิตอัครยนตรกรรมหรูที่ยั่งยืนของโลก เปรียบเทียบกับสถิติในปี พ.ศ. 2553 เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส รายงานถึงการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดในทุกๆด้าน และ
ความคืบหน้าของแผนงานที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากขั้นตอนการผลิตรถยนต์ให้ได้ถึง 75% ก่อนปี พ.ศ. 2568

ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2553-2563 ระบุว่าปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยลดลงกว่า 99.5% ต่อปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 29 กิโลกรัม ต่อ รถยนต์หนึ่งคัน การลดลงของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการใช้พลังงานของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สผ่านขบวนการผลิตไฟฟ้าจากการตกกระทบของแสงบนวัตถุที่มีความสามารถในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (PV System) ควบคู่ไปกับก๊าซธรรมชาติ และแหล่งจ่ายไฟฟ้าภายในโรงงานฯ เป็นครั้งแรกในช่วงเวลา 12 เดือน

มาตรการเชิงนวัตกรรมแต่ละข้อที่นำมาใช้กับเบนท์ลีย์ มอเตอร์สได้นำมาเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบ ซึ่งรวมถึงการใช้น้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน (HVO) กับเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ซึ่งเป็นทางเลือกในการช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และทดแทนการใช้น้ำมันแบบปกติเพื่อการขนส่งสินค้าโดยหน่วยงานภายในองค์กร

ปริมาณการใช้น้ำในขั้นตอนการผลิตรถยนต์ลดลงกว่า 55.9% ในรอบ 10 ปี โดยจาก 21.1 ลูกบาศก์เมตร ต่อ รถยนต์หนึ่งคัน ลดลงเหลือ 9.31 ลูกบาศก์เมตร ต่อ รถยนต์หนึ่งคัน ซึ่งถือเป็นการประหยัดการใช้น้ำกว่า 12 ลูกบาศก์เมตร ต่อ รถยนต์หนึ่งคัน หรือ เทียบเท่าปริมาณน้ำ 150 อ่าง ซึ่งมีผลมาจากการติดตั้งระบบการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Recycling Systems) และการลดลงของการใช้น้ำภายในองค์กร เนื่องมาจากพนักงานส่วนใหญ่ปฏิบัติงานจากที่บ้าน

ในขณะเดียวกัน การพัฒนาของขั้นตอนการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycling Processes) ซึ่งสะท้อนมาตรการหลักเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน ยังทำให้อัตราการลดของเสียมีการพัฒนาที่ดีขึ้น ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังขั้นตอนการฝังกลบในอัตรา 99.1% หรือปริมาณ 3.5 กิโลกรัมต่อรถยนต์ 1 คัน โดยเปรียบเทียบข้อมูลจากปี พ.ศ. 2553

ปีเตอร์ บอสช์ หนึ่งในสมาชิกของคณะกรรมการฝ่ายการผลิต เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยว่า
“การออกมาตรการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สตามแผนกลยุทธ์ “Beyond100” เพื่อก้าวไปเป็นแบรนด์อัครยนตรกรรมหรูที่ยั่งยืนของโลก และแนวคิดการเริ่มต้นใหม่ของบริษัทในเครือ โฟล์คสวาเกน กรุ๊ป ที่ซึ่งตอนนี้นับเป็นปีที่ 10 ของการกำหนดมาตรการการผลิตที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”

“ด้วยการให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและมาตรการหลักเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน เป้าหมายของเราในปี พ.ศ. 2568 คือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากขั้นตอนการผลิตรถยนต์ลงกว่า 75% เปรียบเทียบกับข้อมูลในปี พ.ศ. 2553 ดังนั้นเราจึงค่อนข้างพอใจที่ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าของแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน น้ำ และวัตถุดิบ”

“พนักงานทุกคนในแผนกปฏิบัติการด้านการผลิตรถยนต์ของเบนท์ลีย์ได้มีส่วนร่วมเพื่อที่จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ เราจึงเริ่มปี 2564 ด้วยการให้พนักงานมีส่วนในการเปิดแผนกลยุทธ์การผลิตใหม่ที่มีชื่อว่า “Wings” ที่เราจะได้เห็นการบุกเบิกการเปลี่ยนแปลงแนวคิดบนพื้นฐานของความยั่งยืน”

เกี่ยวกับเบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าเบนท์ลีย์ทุกท่านและรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคัน ด้วยทีมวิศวกรที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูงนานกว่า 30 ปี โดย เอเอเอสฯ ได้จัดสรรงบประมาณจำนวนมากเพื่อจัดส่งวิศวกรไปฝึกอบรมที่โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประเทศอังกฤษ ทุกปี ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกท่านตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า "เอเอเอสฯ ดูแลทั้งรถและคุณ (AAS Looking after YOU and your CAR)" และให้ชื่อ AAS เป็น “The Name You Can Trust” มานานกว่า 30 ปี

Gallery